www.phuketjob2you.com
หางาน || หาคน || หางานราชการ   หน้าแรก เกี่ยวกับเรา อัตราค่าโฆษณา การชำระเงิน ลงประกาศฟรี ติดต่อเรา
หางานภูเก็ต สนใจลงโฆษณา คลิกที่นี่
ผู้ประกอบการ ผู้สมัครงาน
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
คนหางาน Login with Facebook
สมัครสมาชิก คลิกเลย
สมัครสมาชิก คลิกเลย
สมัครสมาชิก คลิกเลย
สนใจเช่าเครื่องถ่ายเอกสาร คลิกเลย
โรงพิมพ์ภูเก็ต
ร้านเช่าชุดภูเก็ต
 
หมวดหมู่อาชีพ : ระดับเงินเดือน : หางาน หาคน
ระดับการศึกษา :
10 ประโยคที่เจ้านายของคุณไม่อยากได้ยิน
10 ประโยคที่เจ้านายของคุณไม่อยากได้ยิน

ที่มา : ฝ่ายบริการวิชาการ www.siamsafety.com
เผยแพร่ครั้งที่ 1 เมื่อ : 29 เมษายน 2556

หนึ่ง ในวิธีการที่ดีที่สุดในการทำให้แน่ใจว่าชีวิตการทำงานในแต่ละวันของคุณจะ เป็นไปอย่างราบรื่นด้วยดีและหน้าที่การงานของคุณจะก้าวหน้าขึ้นตามลำดับนั้น ก็คือการทำตัวให้อยู่ข้างเดียวกับเจ้านายของตัวเอง ฟังดูน่าจะทำได้ไม่ยากใช่มั้ยล่ะครับ แต่คุณจะต้องประหลาดใจมากแน่ๆ ถ้ารู้ว่ามีพนักงานจำนวนมากเพียงใดที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

และ ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็คือ พนักงานเหล่านั้นมักจะพูดอะไรออกไปโดยไม่ค่อยคิดและทำสิ่งต่างๆ ให้เจ้านายของตัวเองเห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ให้ความร่วมมือหรือดูไม่เป็นมืออาชีพเท่าที่ควร ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่เจ้านายทุกคนไม่อยากเห็นในลูกจ้างของ ตัวเองเอาเสียเลย
คำถามก็คือ คุณอยากเป็นพนักงานในกลุ่มนั้นหรือไม่? ถ้าไม่อยากเป็น บทความนี้จะขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงคำพูดหรือประโยคต่างๆ ต่อไปนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้านายของคุณอารมณ์เสียหรือหงุดหงิดใส่คุณได้

1. “นี่ไม่ใช่ความผิดของผมนะครับ”

แม้ ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดของคุณจริงๆ ก็ตาม แต่การที่คุณพูดออกไปเช่นนั้นก็จะทำให้คุณถูกมองเหมือนเป็นเด็กตัวเล็กๆ ได้เลย สำหรับคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะต้องมีความรับผิดชอบเสมอและจะต้องแสดงออกให้ เห็นถึงการมีส่วนร่วมในการทำให้สิ่งต่างๆ มันถูกต้องขึ้นมา เจ้านายมักชอบลูกน้องที่เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาต่างๆ เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าลูกน้องคนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วย

2. “มันไม่ใช่หน้าที่ของผมนะครับ”

หน้าที่ รับผิดชอบของคุณนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แต่เฉพาะที่ระบุไว้ในเอกสาร Job Description เท่านั้น ถ้าเจ้านายของคุณขอให้คุณทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้เสร็จนั้น สิ่งนั้นแหละคือหน้าที่ของคุณ และถ้าคุณปฏิเสธออกไป คุณเองก็จะถูกมองว่าเป็นเด็ก ไม่เคารพและไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้านายนั่นเอง

3. “จะต้องมีการสื่อสารอะไรบางอย่างที่ผิดพลาดแน่ๆ ครับ”

จาก การที่ทุกบริษัททุกธุรกิจในปัจจุบันมีการแข่งขันที่สูงมาก ดังนั้นเจ้านายคงไม่สามารถเก็บรักษาพนักงานที่ทำให้บริษัทต้องสูญเสียลูกค้า รายใหญ่หรือสัญญาสำคัญๆ อันเกิดจากการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพของพนักงานของตนได้

เจ้า นายแต่ละคนก็จะมีความต้องการในข้อมูลที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณจะต้องค้นหาให้ได้ว่าเจ้านายของคุณนั้นต้องการข้อมูลแบบใดและคุณ ก็จะต้องเป็นคนให้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการของเจ้านายตัวเองให้ได้ การเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารสิ่งต่างๆ ได้ดีนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของบริษัท เจ้านาย และหน้าที่การงานของพนักงานด้วย

4. “ผมเป็นพวกชอบปาร์ตี้ครับ”

ประโยค เช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรพูดโอ้อวดออกมาและการยอมรับว่าคุณมักชอบดื่ม สังสรรค์เสมอในคืนวันทำงานปกตินั้นก็เป็นการแสดงให้เจ้านายของคุณเห็นว่าคุณ ไม่ให้ความสำคัญกับการทำงานของตัวเองเท่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย นอกจากนี้ การพูดออกมาเช่นนี้ก็ยังทำให้เจ้านายของคุณสงสัยอีกด้วยว่าคุณจะสามารถ ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เรื่องอื่นๆ ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานของคุณได้ดีเพียงใดกันนี่

5. “ผมเบื่อคนๆ นี้มากเลยครับ”

คน ในที่นี้หมายถึงเพื่อนร่วมงานทุกคนของคุณนั่นเอง ซึ่งเจ้านายจะหงุดหงิดมากๆ เมื่อต้องเอาเวลาที่จะทำงานสำคัญๆ ไปใช้ในการยุติปัญหาหรือการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพนักงานด้วยกันและเมื่อ พนักงาน 2 คนไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งของพวกเขาได้อย่างมืออาชีพนั้น เจ้านายเองก็ไม่อยากให้ฝ่ายบุคคลของบริษัทเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย เจ้านายล้วนต้องการให้พนักงานมีความเคารพซึ่งกันและกันและมีความเป็นผู้ใหญ่ อยู่เสมอด้วย

6. “ผมป่วยหนักจนทำงานไม่ไหวครับ”

คำ พูดเช่นนี้ไม่เสียหายอะไรนักถ้าหากว่ามันเป็นความจริงโดยเฉพาะถ้าหากว่าคุณ ไม่สามารถทำงานได้จากที่บ้านและคุณป่วยเป็นโรคที่ติดต่อถึงผู้อื่นได้ แต่ถ้าคุณโกหกและเจ้านายของคุณรู้ความจริงขึ้นมา คุณเจอปัญหาใหญ่แน่ๆ และยิ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากมายด้วย โอกาสที่คุณจะถูกจับโกหกได้นั้นก็ยิ่งมีเพิ่มขึ้นอย่างมากเลยทีเดียว เช่น เจ้านายของคุณอาจเห็นคุณไปอัพเดตข้อมูลใหม่ๆ อยู่ใน Facebook หรือ Twitter หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานปากสว่างของคุณ ก็อาจทำให้เจ้านายรู้ได้แล้วว่าวันนั้นคุณป่วยหนักจริงหรือไม่

7. พูดกับเจ้านายมากเกินไปหรือน้อยเกินไป

พนักงาน อาจไม่เคยรู้เลยว่าตนเองจะต้องสื่อสารกับเจ้านายของตัวเองอย่างไรและเมื่อไร บ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ พนักงานเหล่านี้ก็อาจมีข้อมูลสำคัญๆ ที่เจ้านายอยากทราบและไม่เคยได้ไปบอกให้แก่เจ้านายได้ทราบ หรือในทางกลับกัน พนักงานบางคนก็อาจมีการสื่อสารพูดคุยกับเจ้านายของตนเองในเรื่องไร้สาระ ต่างๆ นานาแบบไม่มีวันจบสิ้นก็ได้

8. การเรียกร้องคร่ำครวญมากเกินไป

นับ ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจขาลงเป็นต้นมานั้น พนักงานหลายๆ คนได้ถูกร้องขอให้ทำงานมากขึ้นและได้รับค่าตอบแทนน้อยลงหรือเท่าเดิม และพนักงานหลายๆ คนได้ก็ติดนิสัยเรียกร้องคร่ำครวญถึงสภาพการทำงานของตนเช่นนี้แบบไม่จบไม่ สิ้น ในช่วงเวลาเช่นนี้ ทุกคนเปรียบได้กับการลงเรือลำเดียวกันและบริษัทก็ยังคงอยู่ในความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นการที่คุณแสดงการเรียกร้องคร่ำครวญเช่นนี้ออกมาก็ยิ่งทำให้เจ้านาย ของคุณซึ่งเหนื่อยล้ากับการนำพาธุรกิจไปข้างหน้าอยู่แล้วยิ่งหมายหัวคุณได้ ชัดเจนมากขึ้น วิธีการแก้ไขก็คือคุณจะต้องใช้เวลาของตัวเองไปกับการคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหา ต่างๆ ที่มีอยู่ และจำไว้ว่า ในช่วงเวลาเช่นนี้ เมื่อตำแหน่งงานใดๆ ว่างลงก็จะมีคนต่อคิวรอสมัครเข้ามาทำงานอยู่ตลอดเวลาอย่างแน่นอนและเจ้านาย ของคุณก็คงไม่ได้เสียดายคุณมากเท่าไรอีกด้วย

9. “ผมมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเยอะมากครับ”

เจ้า นายของคุณไม่ได้มีหน้าที่ในการช่วยให้คุณมีเงินมากขึ้นเพื่อนำไปจ่ายค่าบัตร เครดิต การท่องเที่ยว หรือการรับประทานอาหารนอกบ้านมื้อพิเศษต่างๆ หากแต่เจ้านายจะจ่ายเงินเดือนให้แก่คุณอย่างยุติธรรมเหมาะสมตามผลงานของคุณ และถ้าคุณคิดว่าคุณควรได้ปรับเงินเดือนขึ้นนั้น คุณก็จะต้องเข้าไปหาเจ้านายพร้อมทั้งสิ่งแสดงที่ชัดเจนให้เห็นได้ว่าคุณ สมควรได้เงินเดือนมากขึ้นและการสื่อสารที่เกิดขึ้นนี้ก็จะต้องเป็นการสื่อ สารแบบสองทางด้วย และไม่ได้เป็นการเรียกร้องที่เป็นไปในลักษณะของความไม่พึงพอใจของคุณ

10. “ผมจะลาออกละกันครับถ้าหากว่า....”

ห้าม ขู่เจ้านายด้วยการบอกว่าจะลาออกเว้นแต่ว่าคุณได้เตรียมพร้อมมาแล้วที่จะลา ออกจริงๆ ถ้าหากว่าวันหนึ่งเจ้านายของคุณทำสิ่งที่คุณกล่าวไว้ดังกล่าว และถ้าวันนั้นมาถึง กล่าวคือ เจ้านายของคุณทำสิ่งที่คุณกล่าวไว้และคุณก็ไม่ได้ลาออกตามที่บอกไว้ แน่นอนว่าคุณก็จะหมดความน่าเชื่อถือไปและคุณอาจตกงานเข้าจริงๆ ก็ได้

เมื่อ 8 ธ.ค. 2557 เข้าชม 188 ครั้ง
 
www.phuketjob2you.com